การทำทุเรียนนอกฤดูด้วยสาร "แพคโคลบิวทราโซล"



สารพาโคลบิวทราโซล จะทำหน้าที่ไปชะลอและยับยั้งการสร้างฮอร์โมนพืชที่มีชื่อว่าจิบเบอเรลลิน ที่ยอดและใบของทุเรียน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าสารพาโคลบิวทราโซลไปกีดขวางการสร้างฮอร์โมน จิบเบอเรลลินในต้นทุเรียน ส่งผลให้ต้นทุเรียนถูกกระตุ้นและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทำให้ต้นทุเรียนไม่มีการผลิตยอดอ่อนหรือใบใหม่ ต้นทุเรียนจะอยู่ในสภาพคงใบแก่ อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งประจวบกับต้นทุเรียน ได้ผ่านขบวนการสะสมอาหารมาเป็นอย่างดีและเป็นระยะเวลานานพอสมควร บวกกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คือ มีความขึ้นในดินน้อยหรือฝนทิ้งช่วงที่เรียกว่ากระทบแล้งประมาณ 7-10 วัน ต้นทุเรียนจะแตกตาดอกทันที


ระยะที่เหมาะสมสำหรับการฉีดพ่นสาร


ใช้ความพร้อมการพัฒนาใบเป็นเกณฑ์เมื่อพบว่าต้นทุเรียนได้สร้างใบชุดแรกและใบชุดที่ 2 อยู่ในระยะการเจริญเติบโตที่เรียกว่าใบเพสลาดพร้อมกันทั้งสวน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-20 วันหลังผลิใบอ่อน กรณีที่ระยะการเจริญเติบโตของใบไม่สม่ำเสมอให้ถือระยะใบส่วนใหญ่เป็นใบเพสลาด (มากกว่าร้อยละ 70 ขึ้นไป) ถือได้ว่าระยะนี้คือระยะที่เหมาะสมสำหรับการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซลให้กับต้นทุเรียนถ้าหากส่วนใหญ่ต้นทุเรียนมีระยะใบเพสลาดต่ำกว่าร้อยละ 70 ต้องรอให้ผลิใบใหม่อีกหนึ่งชุด โดยการกลับไปขั้นตอนการบำรุงรักษาต้นและใบใหม่อีกครั้ง


การปฏิบัติในการฉีดพ่นสาร


1. จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ในการฉีดพ่น พร้อมถังน้ำ น้ำสะอาด และสารพาโคลบิวทราโซลไว้ให้พร้อม


2. ตวงสารพาโคลบิวทราโซล (สารชนิดเข้มข้น 10% อัตรา200-300 กรัม หรือชนิด 159 อัตรา 130-200 กรัมหรือชนิด 25% อัตรา 80-120 กรัม) ต่อน้ำสะอาด 20 ลิตร พร้อมทั้งผสมสารจับใบ แล้วคนให้ละลายเข้ากัน


3. ฉีดพ่นที่ต้นทุเรียน 1 ต้น โดยเน้นเป้าหมายการฉีตพ่นไปที่ใบเพสลาด รวมทั้งกิ่งอ่อนๆ ให้ได้รับสารและดูดซึมสารให้มากที่สุด ก่อนที่ฝนจะตกลงมาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง


เทคนิคและวิธีการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล


ใช้สารพาโคลบิวทราโชลความเข้มข้น 1,000-1,500 ppm (สารชนิด 10% 200-300 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือชนิด 15% อัตรา 130-200 กรัมหรือชนิด 25%อัตรา 80-120 กรัม/น้ำ 20 ลิตร) ฉีดพ่นต้นทุเรียนที่ผ่านการเตรียมความพร้อมมาแล้ว ถ้าต้นมีความสมบูรณ์มากซึ่งสังเกตได้จากใบแก่มีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้มเป็นมัน มีการแตกใบอ่อนมากหลายชั้นใบในช่วงที่ผ่านมา และความยาวข้อระหว่างใบแต่ละชั้นมาก ให้ฉีดพ่นด้วยความเข้มข้นสูงขึ้น ในการฉีดพ่นต้องผสมสารจับใบทุกครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารพาโคลบิวทราโซลของพืซได้ดียิ่งขึ้น


ในการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโชลให้สัมฤทธิ์ผล ควรคำนึงถึงเทคนิคปฏิบัติดังนี้


1. ฉีดพ่นให้ถูกกิ่งอ่อนมากที่สุดกิ่งอ่อนเป็นตำแหน่งที่สารพาโคลบิวทราโซลจะเข้าสู่พืชได้ดีและสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายไปสะสมและทำปฏิริยาในเนื้อเยื่อเจริญ เช่น ตาใบ ยอดอ่อน


2. การฉีดพ่นต้องพิถีพิถันในการฉีดพ่นต้องปรับหัวฉีดให้เป็นผ่อย ฉีดพ่นทั้งภายนอกและภายในทรงพุ่มให้พอเปียกแต่สม่ำเสมอจึงจะได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประหยัด การฉีดพ่นทำได้ทั้งวันหากต้นพร้อม แต่ถ้ามีฝนตกชุกและจำเป็นต้องฉีดพ่นสาร ต้องฉีดพ่นให้เสร็จและมีช่วงเวลาให้สารสามารถเข้าสู่ต้นได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนฝนตก


3. การฉีดพ่นสารซ้ำ หลังจากฉีดพ่นครั้งแรกแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ ให้ทำการตรวจดูต้นทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าตันทุเรียนยังคงแสดงอาการแตกใบอ่อนอาจเนื่องจากการเลือกใช้ความเข้มข้นของสารไม่เหมาะสมกับสภาพความสมบูรณ์ของต้น หรือการฉีดพ่นไม่ทั่วถึง ต้องฉีดพ่นสารซ้ำอีกครั้งหนึ่งทันที โตยใช้ความเข้มข้นครึ่งหนึ่งของการฉีดพ่นครั้งแรก (ใช้ความเข้มข้น 500-700 ppm) (สารชนิด10% อัตรา 100-150 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือสารชนิด 15% อัตรา 75-100 กรัมหรือชนิด 25% อัตรา 40-60 กรัม/น้ำ 20 ลิตร)


ข้อมูลสภาพอากาศที่ควรเลือกปฏิบัติการฉีดพ่นสาร


สภาพอากาศในวันฉีตพ่นสารพาโคลบิวทราโชลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตทุเรียนนอกฤดู ก่อนลงมือปฏิบัติชาวสวนควรจะศึกษาข้อมูลสภาพอากาศประจำสัปดาห์ที่เผยแพร่ข่าวสารทางวิทยุ โทรทัศน์เพื่อให้การฉีดพ่นสารพโคลบิวทราโซลได้ผลเต็ม 100%ก่อนฉีดพ่น ระยะ 1-2 วัน ฝนควรหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดดีลมสงบ และตอนบ่ายมีแสงแดดอ่อนๆ เมฆมีน้อยและกระจายอยู่ทั่วไป ถ้าอากาศเป็นลักษณะนี้ ควรลงมือปฏิบัติการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซลทันที ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมงหลังฉีดพ่นฝนไม่ควรตกลงมา แต่ถ้าเกิดมีฝนตกลงมาภายในระยะ2 ชั่วโมงหลังฉีดพ่นสาร ทางแก้ไขต้องฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซลซ้ำอีกครั้งหนึ่งในวันรุ่งขึ้นอัตราส่วนผสมของสารเท่ากับครั้งแรก


เอกสารอ้างอิง: บันได 6 ขั้นสู่การผลิตทุเรียนนอกฤดู อย่างมืออาชีพ โดยสำนักงานเกษตรจันทบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร





ดู 14 ครั้ง0 ความคิดเห็น